กว่าจะมาเป็น "The Furryways" โลกขนฟูที่ทุกคนได้เห็น
- artxp2025
- Aug 3
- 1 min read
โปรเจ็ค The Furryways เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่?
แอนดี้: ก็น่าจะปีครึ่งครับ(2025) ตั้งแต่วันแรกที่คุยกันแล้วเริ่ม Deverlope อะไรเงี้ย
ArtXP เค้าเหมือนมาชวน ทำให้โปรเจ็คนี้เริ่มเป็น Asia Tour พามอนสเตอร์ไปให้รู้จักกับคนที่ไม่เหมือนกันนะ ในแต่ละประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และก็อินโดนีเซีย ตอนเนี้ยในเมืองไทยมันเหมือนเป็นการเทสระบบทุกอย่าง
"ผมอยากจะใช้พาหนะเป็นตัวเดินเรื่อง ซึ่งก็คือ Subway แบบ New York subway base."
The Beginning of KREME Story?
แอนดี้: ก็น่าจะ 7-8 เดือนที่แล้วครับ คือมันทุกอย่างครับ มันตั้งแต่ Construction ใหญ่ จนถึงดีเทลเล็กๆ แรงกดดันมันเยอะ เพราะว่ามันมาจากทุกทาง ในระหว่างนั้น ล้มไป! ก็เลยคิดใหม่ แล้วก็ทำทุกอย่างใหม่ขึ้นมาทั้งหมด
โปรเจ็ค Mind The Gap เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
แอนดี้: ArtXP เค้าก็พยายามจะบอกว่า เอ๊ะ จริงๆ เราควรจะทำอะไรบางอย่างให้มัน เกิด Movement นะ ก่อนที่มันจะเปิดงาน เค้าถามว่า ผมอยากจะทำอะไร ผมอะ มักจะใช้การพ่นเป็นการเหมือน Relax ตัวเอง เลยบอกว่า อยากพ่นครับ เป็นการไปพ่นผนังใหญ่ๆ ที่ต้องขึ้นรถเครน แล้วก็ร้อนมาก
"ช่วงนั้นเราก็ทุกข์อยู่แล้ว กูมาทำอะไรวะเนี่ย มานั่งพ่นก็ยังคิดกับตัวเองอยู่ แต่พอพ่นไปจนถึงวันที่ 3 อยู่ดีๆ มันก็หายเครียด."
ทำไมต้อง Mind The Gap?
แอนดี้: Mind The Gap คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง รถไฟอยู่แล้ว ก็เหมือนเรา Raise คำนี้ขึ้นมา ก่อนที่มันจะขึ้นว่า The Furryways เหมือนกลายเป็นโปรเจ็คย่อมๆ อีกโปรเจ็คนึง ที่ก็ไม่ได้เล็กมากเท่าไหร่ครับ
"สิ่งหนึ่งที่ผมแฮปปี้ที่สุด บางจังหวัดพอเราไปเซ็ตวันแรก มันเริ่มมืดแล้ว อยู่ดีๆชาวบ้านเค้าก็มาติดไฟเพิ่มให้อะไรอย่างงี้ เคลียร์ถนนให้ เลนถนนก็กลายเป็นเลนคนเดินเลยช่วงนั้น คนก็ถ่ายรูปให้จนถึงตี2 ตี3 พ่อแม่ก็ตั้งใจถ่ายมากเลย เนี่ยวันนี้เราจะไปหาสัตว์ประหลาดกัน เออ มันก็น่ารักครับ."
Mind The Gap คืออะไร?
"ผมรู้สึกว่าคนที่เราไม่เคยเจอ เค้าก็มาเติมเต็มเรา ในรูปแบบที่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่จริงๆมัน Fulfill มากเลยนะ."
แต่ก็อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกเหมือนกัน แต่ตอนนั้นที่ทำ เหนื่อยมาก เหนื่อยเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ แต่เรารู้สึกว่าเราอิ่ม แล้วก็รู้สึกว่า เออ จริงๆ ไอ้ที่เรา Stuck อยู่มันอาจจะมีวิธีนะ ซึ่งมันก็ค่อยๆ ดีขึ้นครับ
ระหว่างทาง The Furryways เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
หนึ่งในคอนเซ็ปเรา คือเรื่อง Station ครับ แต่ละ Station มี Fuction อะไร เริ่มมาคุยกัน พอเราออกแบบเสร็จในพาร์ทของเรา ก็เริ่มเป็นช่วงที่ทีมนู้น ทีมนี้เข้ามาแล้ว และก็มาดูว่า เอ๊ะ ไอ้สิ่งที่เราออกแบบไปมันทำได้จริงไหม หรือว่าควรจะต้องปรับตรงไหน ในเชิง Production จริงๆ
รู้สึกว่าแรงกดดันมันเยอะ คือมันใช้ทุกอย่างเยอะไปหมดเลย มีแต่คำว่าเยอะ ทุนก็เยอะ แรงก็เยอะ คนก็ต้องเยอะ ทุกๆอย่างครับ ดีเทลมันก็เยอะ ผมต้องหาวิธีในการจัดการอะไรใหม่ๆแล้ว
"ก็อยากให้เค้าได้มารู้สึกจริงๆ ว่าระหว่าง Gap ตรงกลางของโลกความเป็นจริง และโลกมอนสเตอร์ มันรู้สึกยังไง."
ความท้าทายของโปรเจ็คนี้?
แอนดี้: จริงๆ ผมรู้ว่าด้วย function มันไม่ได้หรอก การที่มันมีขน โดยเฉพาะการที่มันอยู่ในประเทศเรา ที่มันร้อนและฝนตกด้วย ในช่วงที่ผมจัดงาน แต่ว่าผมก็ยอมครับ เพราะรู้สึกว่า อยากเห็นว่า เวลาเปียกแล้วเราต้อง maintain มัน ผมว่ามันก็เป็นงานอาร์ทอย่างนึงใน การที่คนต้องมานั่ง maintain สิ่งมีชีวิตที่มันตัวใหญ่ขนาดนี้
"ผมชอบเวลาคน ที่เค้า Interact กับสิ่งที่ผมออกแบบ."
"MRKREME: THE FURRYWAYS" exhibition
PARC, SIAM PARAGON (M FLOOR)
4-19 July 2026




Comments